Our Company
OUR LEADER
มันสมองอันชาญฉลาดของนักธุรกิจที่ปลุกปั้นตลาดชาเขียวให้เติบโตจนมีมูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาทด้วยต้นทุนเพียงสองมือเปล่า เขาคือ ตัน ภาสกรนทีตำนานของผู้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส จากลูกหนี้หลักล้าน สู่เศรษฐีพันล้านแต่ในวันนี้ ความฝันของเขา คือการสร้างธุรกิจให้เป็นที่หนึ่ง เพื่อคืนกำไรให้กับสังคม ด้วยการหยิบยื่นโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชน และสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลในทุกภาคส่วน ทั้งธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม
Related Topics
OUR TEAM
ทีมเวิร์กคือหลักการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพ เราจึงให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน ทุกตำแหน่ง ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างคุณค่าในงาน และความภูมิใจในตัวเอง
Mr. Tan Passakornnatee

ตัน ภาสกรนที นักธุรกิจ ผู้ก่อตั้งบริษัทโออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ในขณะนั้น โดยต่อมาได้ขายหุ้นใหญ่ของ บมจ.โออิชิกรุ๊ป ให้กับบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) และลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ

ในปี 2010 วันที่ 9 กันยายน ตัน ภาสกรนที ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่ตัน จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจเครื่องดื่ม และปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป

History

ตัน ภาสกรนที เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 1959 เป็นลูกคนสุดท้องจากลูกๆ 6 คนในครอบครัวชาวจีนที่อพยพมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และตั้งรกรากในจังหวัดชลบุรี ด้วยฐานะครอบครัวที่ไม่ดีนัก ทำให้ตันได้รับการศึกษาเพียงชั้นมัธยมปีที่ 3 และเริ่มงานแรกในชีวิตด้วยการเป็นพนักงานแบกของ เมื่ออายุได้ 17 ปี ซึ่งมีค่าแรง 700 บาท และด้วยความมีหัวการค้า จึงยืมเงินจากพ่อและพี่สาว รวมได้ 5 หมื่นบาท เพื่อเปิดแผงหนังสือที่ชลบุรีในตึกแถวใกล้ท่ารถทัวร์ จากนั้นก็เริ่มขยายกิจการด้วยการเปิดร้านกิ๊ฟต์ช็อป ร้านเบเกอรี ร้านสุกี้ และอื่นๆ อีกมากมายไปซื้อห้องแถว จนกลายเป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

แต่เมื่อเจอกับวิกฤติยุคฟองสบู่ในปี 1997 ทำให้ตัน ภาสกรนที กลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิต และต้องขายทรัพย์สินเกือบทั้งหมดที่มีในขณะนั้นเพื่อเคลียร์หนี้ โดยมีสุนิสา หรือ อิง ภาสกรนที ภรรยา เป็นแรงขับดันสำคัญที่ทำให้ตันไม่ยอมแพ้

จากนั้นปี 1999 ตันก็เข้าเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพฯ ด้วยธุรกิจสตูดิโอแต่งงาน ก่อนจะเข้ามาลุยธุรกิจบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นจนกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ และต่อยอดไปสู่เครื่องดื่มโออิชิกรีนทีที่มีมูลค่าหุ้นสูงถึง 200 ล้านบาทในเวลาเพียง 5 ปี

ตัน ภาสกรนที ได้เขียนพ็อคเก็ตบุ๊คเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ไว้มากมาย ซึ่งล้วนติดอันดับขายดี ไม่ว่าเป็น “คำตัน” ที่ให้ข้อคิดสั้นๆ ให้กำลังใจ “วิถี(ไม่)ตัน” ที่อัดแน่นไปด้วยประสบการณ์การทำธุรกิจตลอด 30 ปีของตันภาสกรนที ที่พิมพ์ซ้ำมากกว่า 10 ครั้ง และค่าลิขสิทธิ์ของหนังสือเล่มนี้ ยังมอบให้กับมูลนิธิตันปันทั้งหมดอีกด้วย

ปัจจุบัน ตัน ภาสกรนที สมรสกับ สุนิสา (อิง) ภาสกรนที โดยมีบุตรด้วยกันสองคนคือ เก็ท กับ ใกล้ใกล้ และมีบุตรคนโตจากภรรยาคนแรก คือ วริษา (กิ๊ฟ) ภาสกรนที

My Promise

มีคนถามผมว่า เคยฝันไหมว่าจะประสบความสำเร็จ หรือมีฐานะเหมือนทุกวันนี้ ผมตอบไปว่า วันนี้ทุกอย่างเกินกว่าฝัน และเมื่อเขาถามว่า อะไรคือที่มาของความสำเร็จ ผมตอบทันทีว่า “โอกาส”

30 กว่าปีก่อน “โอกาสแรก” ที่ได้รับคือการเข้าทำงานเป็นพนักงานแบกของ แล้วขยับต่อมาเป็นพนักงานส่งของ โอกาสของผมวันนั้นคือการฝึกเรียนรู้งานทุกวัน จนตัดสินใจลาออกไปทำธุรกิจเปิดแผงหนังสือพิมพ์ที่ชลบุรี ก็ยังได้รับ “โอกาส” จากผู้ใหญ่และเพื่อนหลายคน เมื่อธุรกิจมีเหตุให้ต้องล้มลุกคลุกคลานมีหนี้สินกว่า 100 ล้านบาท ผมก็ยังได้รับน้ำใจจากคนรอบข้างช่วยเหลือ จนผ่านพ้นวิกฤติไปทุกครั้ง ที่มีวันนี้ เพราะผมเคย “ได้รับ” จึงรู้ซึ้งคุณค่าของ “การให้” ถึงวันที่ผมมีความมั่นคงให้กับครอบครัว คงไม่กล้าบอกว่ารวย แต่รู้สึกว่า “ผมเพียงพอ”

การมีครอบครัวที่น่ารัก และการได้รับการสนับสนุนทุกด้านจากภรรยา คือความสมบูรณ์ในชีวิต ความหมายของคำว่าความสุขจึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

30 ปีก่อนความสุขคือ “ความสำเร็จและตัวเลขฐานะทางการเงิน” แต่ความหมายของความสุขในวันนี้ คือ การตอบแทนคืนให้สังคมส่งโอกาสต่อไปให้คนอื่นๆ

การบรรยายบอกเล่าประสบการณ์ธุรกิจจึงเกือบกลายเป็นงานประจำที่ผมตั้งใจทำเพื่อใช้หนี้สังคม “รอยยิ้ม” ของคนเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือคือ “ความสุข” ที่ผมได้รับ จากที่เคยเป็น “ผู้รับ” เมื่อพร้อมและแข็งแรงพอจึงตั้งใจที่จะเป็น “ผู้ให้” เพราะชีวิตผมพอพียง ก็เลยทำให้ผมพอมี และสิ่งสำคัญที่สุด คือผมพอใจแล้ว

ดังนั้น ในการเริ่มต้นธุรกิจ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด เงินปันผลของบริษัทส่วนที่ผมและคุณอิงถือหุ้น จึงขอมอบ 50% ให้มูลนิธิตันปันตั้งแต่ปีแรกที่ดำเนินการเป็นต้นไปจนเมื่อผมอายุครบ 60 ปี ในวันที่ 9 กันยายน 2562 จะเพิ่มเงินบริจาคไม่ต่ำกว่า 90% ให้กับมูลนิธิตันปันตลอดไปเพื่อใช้พัฒนาการศึกษาและสิ่งแวดล้อมตามความตั้งใจใช้หนี้สังคมและธรรมชาติที่ผมเคยได้รับจากคนรุ่นก่อนเพื่อส่งต่อให้กับคนรุ่นหลัง

ผมจึงตั้งใจว่า 9 ปี นับจากนี้ ผมจะมุ่งมั่นสร้าง บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด ให้เป็นธุรกิจเพื่อภารกิจของมูลนิธิตันปันและ“เป้าหมาย”ของผมนับจากนี้ไม่ใช่ “การได้รับ” แต่เป็น “การให้” ความสุขของผมจะไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขแต่จะเป็น “รอยยิ้ม” ของคนที่ “ได้รับ” ผมเชื่อเสมอว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เราเลือกที่จะ “เป็น” ได้ และวันนี้

Like us on Facebook
Keep in touch with ICHITAN
Know more our movement
Follow us update